ร้านค้าปลีกที่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อยู่ตลอดย่อมสามารถนำพาร้านค้าปลีกให้อยู่รอดต่อไปได้อย่างยั่งยืนแม้ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกขนาดใดก็ตาม การปรับปรุงร้านค้าปลีกด้วยวิธีการที่ถูกต้องอย่างการปรับปรุงร้านให้เหมาะกับความต้องการของลูกค้าโดยตั้งเป้าหมายก่อนว่ากลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือใครหรือจะเรียกว่าการโฟกัสกลุ่มลูกค้าก็ว่าได้
การทำร้านค้าปลีกที่ถูกหลักจะต้องสามารถระบุได้ว่าใครคือลูกค้าของคุณเพราะการที่เราทราบว่ากลุ่มลูกค้าของเราคือใครจะทำให้เรามีเป้าหมายในการทำงานที่มีทิศทาง ความต้องการของลูกค้าที่จะนำมาใช้เป็นแนวทางหรือกลยุทธ์ในการปรับปรุงร้านมี 4 วิธีด้วยกันคือ
ลูกค้าที่ต้องการประหยัดเวลาคงไม่มีลูกค้าคนไหนต้องการจะเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลีกที่จะต้องเสียเวลาในการเลือกซื้อหรือค้นหาสินค้าเป็นเวลานานดังนั้นทางร้านควรแก้ไขปัญหาในข้อนี้โดยการทำสัญญาณบอกทางหรืออาจจะจำแนกประเภทของสินค้าไว้ก็ได้
ลูกค้าที่ต้องการประหยัดงบประมาณในหัวข้อนี้ทางผู้ประกอบการเองจะต้องพยายามสรรหาสินค้าที่มีต้นทุนน้อย หรืออาจจะจัดซื้อในปริมาณมากเพื่อให้ได้ราคาสินค้าต่อหน่อยลดลงกว่าการซื้อปลีก เพราะมีลูกค้าหลายๆคนที่ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายและสินค้าที่มีราคาถูกก็มักจะอยู่ในตัวเลือกในการเลือกซื้อสินค้า
ลูกค้าที่ต้องการความแปลกใหม่ ร้านค้าปลีกที่มีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงให้ดูสร้างสรรค์มีสินค้าใหม่ๆเข้ามาเสมอมักจะได้เปรียบในเรื่องของการเปรียบเทียบ เพราะลูกค้ามักจะมองที่การเลือกซื้อสินค้าที่สะดวกสบายและได้ประสบการณ์แปลกใหม่มากกว่าการเลือกซื้อในร้านเดิมซ้ำซากจำเจ
ลูกค้าที่ชื่นชมความพิเศษที่ดีกว่า จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความพิเศษของร้านได้ก็ต้องอาศัยการศึกษาข้อมูลของลูกค้าเองว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร ส่วนใหญ่แล้วกลุ่มลูกค้าในกลุ่มนี้มักจะเป็นบุคคลที่มีฐานะดี การจัดร้านในกลุ่มลูกค้าแบบนี้จึงต้องเน้นการศึกษากลุ่มลูกค้าเป้าหมายพร้อมทั้งโฟกัสก่อนว่าลูกค้านั้นต้องการสินค้าอะไร แบบไหน
นอกจากกลยุทธ์ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วก็ยังมีวิธีเพิ่มรายได้ด้วยการปรับปรุงร้านให้ดูดีด้วยอยู่ที่ว่าผู้ประกอบการจะสามารถปรับปรุงร้านในด้านไหนได้บ้าง เพราะกลยุทธ์ในแต่ด้านก็ล้วนแล้วแต่สามารถช่วยเหลือให้ยอดขายของร้านเพิ่มขึ้นได้ทั้งนั้น
